Home / ข่าวเด่น / งดงามสุด นางอัปสรา แห่งปราสาทบายน รอยยิ้มอ่อนหวานราวกับว่ายังมีชีวิตอยู่

งดงามสุด นางอัปสรา แห่งปราสาทบายน รอยยิ้มอ่อนหวานราวกับว่ายังมีชีวิตอยู่

ปราสาทบายน เป็นปราสาทหินของอาณาจักรเขมร อยู่ในบริเวณของใจกลางนครธม สร้างขึ้นราวปลายศตวรรษที่ 12 หรือต้นศตวรรษที่ 13 เป็นวัดประจำสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 นับเป็นศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีความซับซ้อนทั้งในแง่โครงสร้างและความหมาย เนื่องจากผ่านความเปลี่ยนแปลงด้านศาสนาและความเชื่อมาตั้งแต่คราวนับถือเทพเจ้าฮินดู และพุทธศาสนา อาคารมีลักษณะพิเศษ เนื่องจากส่วนของหอเป็นรูปหน้ายิ้มหันสี่ทิศ จำนวน 49 หอ ปัจจุบันคงเหลือเพียง 37 หอ ลักษณะโดยทั่วไปจะมี 4 หน้า 4 ทิศ แต่บางหออาจมี 3 หรือ 2 แต่บริเวณศูนย์กลางของกลุ่มอาคาร จะมีหลายหน้า

ล่าสุด ทางด้านผุ้ใช้เฟสบุ๊ก ได้โพสต์ภาพความสวยงามของปราสาทบายน ส่วนของนางอัปสรา เป็นนางอัปสราที่มีใบหน้างดงามและมีรอยยิ้มที่ดูอ่อนหวานราวกับว่ายังมีชีวิตอยู่ โดยระบุว่า…

สบตา“นางอัปสรา”ที่ปราสาทบายน นครธม ซึ่งมีความหมายว่า เมืองใหญ่(ธม แปลว่าใหญ่) เรียกว่าเมืองพระนครหลวง มีพระราชวังและปราสาทต่างๆ มากมาย เป็นช่วงเวลาที่อาณาจักรขอมมั่งคั่งและเจริญรุ่งเรืองที่สุด มีความแปลกและลึกลับนับตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามา จะต้องผ่านช่องประตู ที่มีหินทรายสลักเป็นรูปพระพักตร์ของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร มองลงมาพร้อมส่งรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยเมตตา เรียกว่า รอยยิ้มแบบบายน ต้องผ่านสะพานที่ข้างซ้ายเป็นแนวของอสูรและด้านขวาเป็นแนวของเทวดาที่กำลังแบกพญานาค ภายในนครธมมีกลุ่มปราสาทมากมาย แต่โดดเด่นที่สุดคือ ปราสาทบายน อยู่กลางนครธม สร้างขึ้นเพื่อเป็นวัดประจำสมัยของ พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (พ.ศ.1724-1763) หลังจากที่ทรงได้ชัยชนะจากการขับไล่กองทัพของอาณาจักรจามปา เป็นศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ปรางค์ปราสาทบายนมี 54 ปรางค์ สลักเป็นภาพพระพักตร์ของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ผันพระพักตร์ออกไปทั้งสี่ทิศ เพื่อสอดส่องดูแลความทุกข์และสุขของเหล่าพสกนิกรให้อยู่เย็นเป็นสุข ในแต่ละปรางค์จะมี 4 หน้า รวมกันได้ 216 หน้า แต่มีการสึกกร่อนและพังทลายลงไปหลายหน้าแล้ว

นางอัปสรา

ปราสาทบายนอยู่ห่างจากประตูทางเข้าทิศใต้ (ประตูสามัญชน)ไปทางเหนือประมาณ 1.5 กิโลเมตร สร้างขึ้นโดยการนำหินทรายมาวางซ้อนๆ กันขึ้นเป็นรูปร่าง แม้ไม่ใหญ่โตเท่านครวัด แต่มีความแปลกและดูลึกลับทั้งปราสาท เพราะมีแต่ใบหน้าคน หันไปมุมไหนก็เจอตลอดเวลา ราวกับว่าไม่สามารถรอดหรือหลุดพ้นไปจากสายตาและรอยยิ้มเหล่านี้ ปรากฏอยู่บนธนบัตรของกัมพูชาและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของกัมพูชา

สวยงาม

บนชั้นสามของปราสาทบายนมี ภาพนูนต่ำและสลักเป็นเหล่านางอัปสรา พญานาค และสิงห์ไว้มากมาย ไกด์สุวรรณพาไปดู นางอัปสราที่ยังคงมีความสมบูรณ์และสวยงาม แล้วยังมีรอยยิ้มแบบบายนด้วยค่ะ ซึ่งมีเหลืออยู่เพียงองค์เดียว นอกจากนี้ยังมี นางอัปสรายิ้มหวาน ยิ้มแล้วเห็นฟัน ฯลฯ นางอัปสราก็จะยิ้มตอบกลับมา ราวกับว่าพวกเธอรับรู้ได้ และยังมีชีวิตติดอยู่กับผนังปราสาท นี่คงจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ใครๆ ก็รัก และหลงใหลนางอัปสราผู้เปี่ยมเสน่ห์

นางอัปสราที่ปราสาทบายน(ในนครธม) จะมีความแตกต่างไปจากนางอัปสราที่นครวัด โดยสังเกตได้จากท่ายืน การหันของปลายเท้า เครื่องประดับ และการนุ่งผ้า จำนวนนางอัปสราที่บายนมีไม่มากเท่าใดนัก แต่เป็นนางอัปสราที่มีใบหน้างดงามและมีรอยยิ้มที่ดูอ่อนหวานราวกับว่ายังมีชีวิตอยู่ ผู้รู้บอกว่า เพราะนางอัปสราที่ปราสาทบายน มี“รอยยิ้มแบบบายน” จึงแตกต่างไปจากนางอัปสราที่นครวัด

งดงามมาก

อัปสราถือกำเนิดจากการ กวนเกษียรสมุทร(ทะเลน้ำนม) เพื่อให้ได้น้ำอมฤต และเป็น 1 ใน 10 ของวิเศษที่ปรากฏขึ้นคือ พระนางลักษมี (ชายาพระวิษณุ) ช้างเอราวัณ (พาหนะของพระอินทร์) ม้าขาวอุจไจศรวัส (พาหนะประจำรถทรงของพระอาทิตย์) กามเธนุ (แม่ของโคอศุภราชพาหนะของพระอิศวร) พระโสมะ (พระจันทร์) นางวารุณีเทพีแห่งเมรัย พระจันทร์เสี้ยว(พระศิวะนำมาทัดเป็นปิ่น) เกาสตุภะมณี (พระนารายณ์ใช้ประดับพระอุระ) ต้นไม้ทิพย์ต่างๆ ได้แก่ต้นกัลปพฤกษ์ ต้นปาริชาติ และนางอัปสรา 35 ล้านตนที่ร่ายรำอำนวยพรให้กับเทวดาในขณะที่กำลังกวนเกษียรสมุทรกับอสูร

นางฟ้า หรือนางอัปสร แปลว่าผู้กระดิกในน้ำ ผู้ที่เกิดจากการกวนน้ำ เขมรใช้คำว่า อัปสรา พบเห็นเป็นภาพจำหลักอยู่ตามจุดต่างๆ ในปราสาทหินทุกแห่งในกัมพูชา เชื่อกันว่าเป็นบริวารผู้รับใช้เทพเจ้า แต่ละตนจะมีลีลาท่าทางแตกต่างกันไป นางอัปสราจึงเป็นเหมือนสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของปราสาทหินในกัมพูชา ด้วยเหตุนี้นาฏศิลป์เขมรจึงนำไปจัดเป็นการแสดงในชื่อว่า ระบำอัปสรา ที่มีความงดงามและแปลกตา

ศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

นางอัปสราเป็นชาวสวรรค์ มีอำนาจแปลงกายได้ สามารถขับร้องและเต้นรำได้งดงามยิ่งนัก บางตำนานเล่าว่านางเป็นชายาของคนธรรพ์ ซึ่งเป็นนักดนตรี นางอัปสราจะเต้นรำไปตามจังหวะที่สามีของตนบรรเลง เชื่อว่า นางอัปสราเป็นเครื่องหมายแห่งความเจริญงอกงามและรุ่งเรือง แต่ในบางถิ่นกลับมีความเชื่อว่า นางอัปสรามีอำนาจแห่งความชั่วร้ายแอบแฝงอยู่ด้วย

ปราสาทบายน

เหลือไว้ให้ได้ชมกันอยู่

งดงามเป็นอย่างมากเลยทีเดียว สมกับที่เป็นศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกจริงๆ ใครที่อยากไปชมก็เดินทางไปชมกันได้ ไปสบตานางอัปสรา

ทีมา:thaihitz.com

Facebook Comments

Check Also

อุดรฯ ประกาศ มาจาก 5 จังหวัด ต้องกัก14วัน

เมื่อเวลา 13.00 …