Home / ข่าวเด่น / 10 มหาเศรษฐี ผู้ที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศไทยปี2563

10 มหาเศรษฐี ผู้ที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศไทยปี2563

จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ระบุว่าจะออกจดหมายเปิดผนึกถึงมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศไทย 20 ท่าน ขอให้ท่านเหล่านั้นได้บอกผมว่า ในฐานะที่ท่านเป็นผู้อาวุโสของสังคม ท่านจะร่วมมือกันกับเราอย่างไร และท่านจะลงมือช่วยเหลือประเทศไทยของเรา ให้มากขึ้น ได้อย่างไรบ้าง วันนี้เราจะพาไปดู 10 อันดับของผู้ที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศไทย ดังนี้

อันดับที่ 10 นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ
ผู้มีอิทธิพลในวงการธุรกิจสุขภาพของเมืองไทย และอดีตแพทย์ผ่าตัด ผู้ก่อตั้งบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ประกอบธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ของประเทศ โดยมีโรงพยาบาลเครือข่ายในไทย และกัมพูชา ปัจจุบันมีทรัพย์สินรวมอยู่ที่ 2.6 พันล้านเหรียญ หรือ 8.49 หมื่นล้านบาท

อันดับที่ 9 วานิช ไชยวรรณ
ผู้ประสบความสำเร็จจากการดำเนินธุรกิจ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัทประกันชีวิตขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศไทย และยังมีหุ้นส่วนในบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ทรัพย์สินรวมทั้งหมดอยู่ที่ 2.8 พันล้านเหรียญ หรือ 9.15 หมื่นล้านบาท

อันดับที่ 8 ตระกูลโอสถานุเคราะห์
ผู้ประกอบธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเน้นทางด้านผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่ไม่ผสมแอลกอฮอล์ เช่น เครื่องดื่มบำรุงกำลัง เอ็ม-150, ลิโพวิตัน-ดี, ชาร์คคูลไบท์ เครื่องดื่ม C-vid เป็นต้น มีทรัพย์สินรวมอยู่ที่ 3 พันล้านเหรียญ หรือ 9.8 หมื่นล้านบาท

อันดับที่ 7 ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ
ประสบความสำเร็จในฐานะผู้บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สีและสารเคลือบผิวรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีทรัพย์สินรวมอยู่ที่ 3.1 พันล้านเหรียญ หรือ 1.01 แสนล้านบาท

อันดับที่ 6 อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา
ผู้ขึ้นมาคุมกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ ดำเนินธุรกิจร้านค้าปลอดภาษี จำหน่ายสินค้าของที่ระลึกและสินค้าไทย ในอาคารผู้โดยสารในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และดอนเมือง และรับตำแหน่งประธานสโมสรฟุตบอล Leicester City แทน วิชัย ศรีวัฒนประภา มีทรัพย์สินรวมอยู่ที่ 3.8 พันล้านเหรียญ หรือ 1.24 แสนล้านบาท

อันดับที่ 5 สารัชถ์ รัตนาวะดี
ผู้ถือหุ้นหลักของ กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ บริษัทด้านพลังงานไฟฟ้า ที่มีโรงผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติและพลังงานแสงอาทิตย์ รวมทั้งหมดกว่า 33 แห่ง โดยมีทรัพย์สินโดยรวมอยู่ที่ 6.8 พันล้านเหรียญ หรือ 2.22 แสนล้านบาท

อันดับที่ 4 ตระกูลจิราธิวัฒน์
กลุ่มผู้บริหารเจ้าของ เซ็นทรัล กรุ๊ป ผู้ดำเนินธุรกิจห้างสรรพสินค้า, ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์, ธุรกิจบริหารและการตลาดสินค้าแฟชั่น, ธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ต, ธุรกิจร้านอาหาร รวมไปถึงธุรกิจดิจิทัลไลฟ์สไตล์ มีทรัพย์สินโดยรวมอยู่ที่ 9.5 พันล้านเหรียญ หรือ 3.1 แสนล้านบาท

อันดับที่ 3 เจริญ สิริวัฒนภักดี
เจ้าของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเครื่องดื่มชั้นนำในประเทศไทย และในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีสายธุรกิจหลัก 4 สาย ได้แก่ ธุรกิจสุรา เบียร์ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และอาหาร มีทรัพย์สินอยู่ที่ 1 หมื่นล้านเหรียญ หรือ 3.43 แสนล้านบาท

อันดับที่ 2 เฉลิม อยู่วิทยา
เป็นเจ้าของสัดส่วนหุ้นรวมกัน 51% ในบริษัท เครื่องดื่มกระทิงแดง จำกัด (Red Bull) เครื่องดื่มให้พลังงานที่มีแบรนด์เป็นเอกลักษณ์ มีทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 2.02 หมื่นล้านเหรียญ หรือ 6.6 แสนล้านบาท

อันดับที่ 1 พี่น้องตระกูลเจียรวนนท์
เจ้าของเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ CP ผู้ดำเนินธุรกิจในลักษณะบริษัท Holding Company ถือหุ้นบริษัทในเครือทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งมีการดำเนินธุรกิจที่หลากหลาย ทั้งอุตสาหกรรมการผลิตและการบริการ มีบริษัทหลักในเครือมากกว่า 30 บริษัท โดยเป็นเจ้าของร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven และศูนย์จำหน่ายสินค้า แม็คโคร นอกจากนี้ล่าสุด เครือเจริญโภคภัณฑ์ เพิ่งชนะการประมูลซื้อกิจการ เทสโก้ โลตัส ในประเทศไทย และมาเลเซีย ได้สำเร็จ มีทรัพย์สินอยู่ที่ 2.73 หมื่นล้านเหรียญ หรือ 8.92 แสนล้านบาท

ต้องบอกเลยว่าแต่ละคนไม่ธรรมดา สมอง ความสามารถในการทำธุรกิจ บริหารธุรกิจได้อย่างรุ่งเรือง ถ้าได้คนเหล่านี้มาช่วยคิดช่วยทำประเทศชาติของเราจะได้พ้นวิกฤตินี้ไปได้โดยเร็วแน่นอน

เรียบเรียงโดย : thaihitz.com

Facebook Comments

Check Also

อุดรฯ ประกาศ มาจาก 5 จังหวัด ต้องกัก14วัน

เมื่อเวลา 13.00 …